ทำไมน้องแมวชอบเลียเจ้าของ?

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมน้องแมวชอบมาเลียคุณ แม้ว่าบางครั้งเราจะผลักเค้าออกไป เค้าก็เดินกลับมาเลียเราเหมือนเดิม แล้วทำไมเวลาน้องแมวเลีย จะรู้สึกเจ็บๆคันๆ? วันนี้เราเลยขอหยิบคำตอบมาเฉลยให้คุณหายข้องใจกันซะที ซึ่งพฤติกรรมการเลียของแมวบ่งบอกถึงสิ่งต่างๆดังนี้ แสดงความรัก การที่น้องแมวเลียคุณนั่นเป็นเพราะเค้ายอมรับว่าคุณเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัวและรู้สึกมีความสุข ปลอดภัยเมื่ออยู่กับคุณ อีกทั้งยังเป็นการแสดงความรักเหมือนกับที่แม่แมวแสดงความรักกับลูกๆด้วยการทำความสะอาดขนให้ด้วย สร้างความสัมพันธ์ นอกจากการเลียเพื่อทำความสะอาดแล้ว น้องแมวยังเลียเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแมวด้วยกันเอง ซึ่งก็เหมือนกับที่น้องแมวเลียคุณ ก็แสดงว่าเค้ากำลังสร้างความสัมพันธ์กับคุณนั่นเอง แสดงออกถึงความเครียด เมื่อน้องแมวเครียด เค้าจะเลียตัวเองหรือสิ่งอื่นๆบ่อยมากขึ้นเพื่อสร้างความสบายใจให้กับตัวเอง ดังนั้นคุณอาจจะลูบหัวเบาๆหรือกอดเค้า เพื่อช่วยลดความเครียดให้น้องแมว ทำไมเวลาน้องแมวเลีย แล้วรู้สึกเจ็บ นั่นก็เป็นเพราะลิ้นของน้องแมวถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการทำความสะอาดขน ลิ้นที่สากจะช่วยสางขนที่ตายแล้วออกมาได้ อีกทั้งยังใช้สำหรับลอกเศษเนื้อออกจากก้างและกระดูกจากเหยื่ออีกด้วย โดยลิ้นที่สากนี้จะมีลักษณะคล้ายตะขอและมีโครงสร้างเป็นเคราติน ซึ่งก็คือส่วนประกอบในเส้นผมและเล็บนั่นเอง ถ้าคุณรู้สึกว่าน้องแมวเลียผิวคุณนานเกินไปจนรู้สึกเจ็บ คัน คุณอาจจะเบี่ยงเบนความสนใจน้องแมว โดยการใช้ของเล่น ขนมหรือสิ่งที่เค้าชอบแทนการดุ ลงโทษหรือผลักไส เพียงเท่านี้น้องแมวก็จะไม่เลียเราอีกต่อไปแล้ว

การทำแผลให้แมว

แมวเป็นสัตว์ที่มีความไวต่อการเกิดแผล ซึ่งเมื่อมีการเกิดบาดแผลขึ้น แมวมักจะทำการเลียแผลและอาจส่งผลให้เกิดการติดเชื้อตามมาได้หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง แผลที่เกิดขึ้นก็มีหลายรูปแบบ แผลในลักษณะของรอยบาด (cuts) แผลฟกช้ำ (bruises) หรือถลอก (scrapes) เป็นแผลที่เจ้าของสามารถดูแลเองได้ง่าย ต่างจากแผลที่เป็นลักษณะของแผลหลุมลึกหรือแผลทะลุ เป็นต้น สิ่งที่ต้องสังเกต ลักษณะของแผล : แผลที่เกิดจากการบาด การกระทบกระแทก หรือถลอก เป็นลักษณะของแผลที่เจ้าของสามารถดูแลได้เอง แต่หากพบว่าเป็นรอยแผลที่เกิดจากการกัดกันเห็นเป็นรู หรือเป็นแผลขนาดใหญ่ เบื้องต้นควรให้สัตวแพทย์พิจารณาในเรื่องของการจัดการแผลก่อน ระยะเวลาที่เกิดแผล : หากเป็นแผลสด แสดงว่าเพิ่งโดนมาไม่นาน ลักษณะของแผลจะเห็นเลือดสด มีรอยบวม หรือช้ำ อาจเห็นรอยบากของแผล หรือรอยถลอกแบบไม่ชัด สัตว์จะมีความเจ็บปวดมาก หากเริ่มมีน้ำเหลือง หรือหนองแสดงว่าเกิดมาได้สักระยะแล้ว อาจพบลักษณะของการเกิดเป็นสะเก็ดได้ การจัดการเบื้องต้น มีเลือดไหลออกจากแผล : ให้ใช้การกดแผลเพื่อห้ามเลือด โดยนำผ้าก๊อซ หรือสำลีสะอาด ชุบน้ำเกลือและทำการกดห้ามเลือดไว้ ซึ่งขั้นตอนนี้อาจใช้เวลานาน 5-10 นาทีแล้วแต่ขนาด และความลึกของแผล เมื่อเสร็จแล้วอาจต้องคาก๊อซหรือสำลีนั้นไว้ เพราะหากเอาออกอาจนำก้อนเลือดที่แข็งตัวออกมาด้วย เลือดก็จะเริ่มไหลใหม่อีกครั้ง หาบาดแผลอื่นๆ ไม่มีเลือดไหล : ในกรณีที่ไม่มีเลือดออก Read more…

พิษของช็อคโกแลตในแมว

ถ้าเกิดว่าแมวได้รับสารพิษจากช็อคโกแลตอาจมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่ อาเจียน ท้องเสีย อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น กล้ามเนื้อหดเกร็ง หายใจถี่ หัวใจเต้นเร็ว ความดันเลือดต่ำ ชัก ถ้าอาการรุนแรงมากอาจจะถึงขั้นหัวใจล้มเหลว อ่อนแรง และเข้าขั้นโคม่าในที่สุด โดยส่วนมากแล้วแมวจะไม่ค่อยกินอาหารไปเรื่อยอย่างที่คนเราหรือหมาเป็นทำให้บางครั้งแมวอาจจะได้รับอาหารที่ไม่ควรได้รับเข้าไป เช่น ช็อคโกแลต ช็อคโกแลตได้มาจากเมล็ดคั่วของต้นโกโก้ ส่วนประกอบบางตัวของช็อคโกแลตสามารถเป็นพิษกับตัวแมวได้ถ้าเกิดว่าแมวกินเข้าไป โดยเฉพาะตัวคาเฟอีน และ ทรีโอโบรมีน ซึ่งเมื่อแมวได้รับสารนี้เข้าไปก็อาจจะทำให้เกิดโรคหรืออาการที่ร้ายแรงกับแมวได้ คุณสามารถดูอาการ สาเหตุ และวิธีรักษาเมื่อแมวของคุณเผลอกินช็อคโกแลตเข้าไปได้ตามนี้ อาการและสาเหตุ ถ้าเกิดว่าแมวได้รับสารพิษจากช็อคโกแลตอาจมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่ อาเจียน ท้องเสีย อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น กล้ามเนื้อหดเกร็ง หายใจถี่ หัวใจเต้นเร็ว ความดันเลือดต่ำ ชัก ถ้าอาการรุนแรงมากอาจจะถึงขั้นหัวใจล้มเหลว อ่อนแรง และเข้าขั้นโคม่าในที่สุด อาการนี้จะเปลี่ยนแปลงไปขึ้นกับปริมาณ และชนิดของช็อคโกแลตที่กินเข้าไป ตัวอย่างช็อคโกแลตที่มีพิษต่อแมวคือช็อคโกแลตประเภทนมช็อคโกแลต ช็อคโกแลตหวานน้อย และช็อคโกแลตหวานน้อยสำหรับอบขนม วิธีการวินิจฉัย ถ้าเกิดสงสัยว่าแมวกินช็อคโกแลตเข้าไป หรือว่าสังเกตเห็นอาการที่กล่าวมาข้างต้นให้รีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันทีเราสามารถแจ้งสัตวแพทย์ให้ทำการตรวจร่างกายแบบละเอียดได้ ซึ่งประกอบด้วย การตรวจค่าเลือด ตรวจค่าอิเลตโทรไลท์ Read more…

ต้นไม้และพืชที่เป็นพิษต่อแมว

แมว เป็นสัตว์ที่ชื่นชอบการผจญภัยและปีนป่าย และอาจจะไปกินต้นไม้ต่างๆที่คุณปลูกไว้ในบ้านได้ ดังนั้นก่อนที่คุณจะเลือกต้นไม้มาปลูกในบ้าน หรือจะปล่อยแมวออกมาที่สวนคุณควรเลือกพืชชนิด ที่ไม่เป็นอันตรายต่อแมว ต้นไม้แต่ละส่วนนั้นจะมีพิษไม่เท่ากัน บางส่วนอาจมีพิษ ในปริมาณความเข้มข้นที่สูงกว่าส่วนอื่นสารพิษเหล่านี้ มักทำให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวหนัง ปากกระเพาะอาหารและอื่นๆและมีสารพิษบางอย่างที่จะ เป็นพิษต่อบางอวัยวะเช่นไตหรือหัวใจเท่านั้น ตัวอย่างพืชที่เป็นพิษต่อแมวมีดังต่อไปนี้  ว่านสี่ทิศ (Amaryllis sp.)  Autumn Crocus (Colchicum autumnale)  Azalea และ Rhododendrons (Rhododendron sp.)  ละหุ่ง (Ricinus communis)  เก๊กฮวย (Chrysanthemum sp.)  Cyclamen (Cyclamen sp.)  English Ivy (Hedera helix)  กุหลาบหิน (Kalanchoe sp.)  ลิลลี่ (Lilium sp.)  มารีฮวนน่า (Cannabis sativa)  ยี่โถ (Nerium oleander) Read more…

ทำไม น้องแมวถึงต้องมีหนวด ?

กายวิภาคของหนวดแมว หนวดของแมวไม่เหมือนขนหรือผมในมนุษย์ แต่มันคือตัวรับการสัมผัส หนวดถูกฝังเข้าไปลึกในร่างกายมากกว่าที่เราเห็นและติดอยู่กับกล้ามเนื้อและระบบประสาทเพื่อนำข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวส่งไปยังประสาทรับความรู้สึกและสามารถตรวจจับและตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ คุณอาจสังเกตว่าแมวมีหนวดเฉพาะที่บริเวณใกล้กับจมูกและริมฝีปากบนเท่านั้นแต่ในความจริงแล้วยังมีหนวดขนาดเล็ก อยู่ที่ด้านบนของตา(ลักษณะคล้ายขนตา) และยังมีที่ขากรรไกรและด้านหลังของขาหน้าอีกด้วย ห้ามตัดหนวดแมวเด็กขาด! การตัดหรือแต่งหนวดแมวนั้นเป็นสิ่งที่ห้ามทำโดยเด็ดขาด เนื่องจากถ้าแมวไม่มีหนวดแล้วพวกมันก็จะไม่รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวและเกิดอาการกลัวได้ หนวดสามารถงอกขึ้นมาใหม่ได้แต่ระหว่างที่รอมันงอกแมวก็จะไม่สามารถรับสัมผัสต่างๆได้แมว จำเป็นต้องมีหนวดเพื่อช่วยรับสัมผัสเหมือนกับที่เราต้องใช้นิ้วรับสัมผัสเมื่ออยู่ในที่มืดนั่นเอง แต่หนวดแมวสามารถหลุดและงอกขึ้นมาใหม่ได้ตามธรรมชาติได้นะ หนวดของน้องแมวช่วยให้แมวสามารถเคลื่อนที่ได้ถูกทิศทางแม้ในความมืด แมวมีตัวรับสัมผัสอยู่ที่ปลายหนวดซึ่งจะส่งสัญญาณไปที่สมองและระบบประสาทตัวรับสัมผัสนี้จะคอยรับข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งของร่างกายและขาซึ่งจะทำใหพวกมันเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่ว ตัวรับสัมผัสนี้ยังทำให้แมวตอบสนองได้อย่างรวดเร็วเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในสิ่งแวดล้อม เวลาพวกมันรู้สึกถึงคลื่นความสั่นในอากาศ เช่น ในเวลาที่พวกมันกำลังล่าเหยื่อ นอกจากนี้หนวดยังช่วยให้แมววัดระยะทางอีกด้วย หน้าที่ของหนวดในการแสดงความรู้สึก นอกเหนือจากประโยชน์ของหนวดเกี่ยวกับการรับสัมผัสแล้วหนวดยังเป็นสิ่งหนึ่งที่ใช้แสดงอารมณ์ของแมวได้อีก เวลาที่แมวหยุดพักหรือมีความสุขหนวดก็มักจะอยู่กับที่ ไม่เคลื่อนไหวแต่ถ้าคุณสังเกตว่าหนวดตั้งขึ้นและราบไปกับหน้าแมวนั่นแสดงว่าพวกมันกำลังกลัวและหากคุณสังเกตว่าแมวชี้หนวดมาข้างหน้าแสดงว่าแมวของคุณอยู่ในภาวะตื่นตัวหรือตื่นเต้นเพราะขนทุกเส้นในตัวแมวซึ่งรวมถึงหนวดด้วยจะชี้มาทางด้านหน้าเมื่อแมวอยู่ในภาวะดังกล่าวหนวดเป็นอวัยวะที่สำคัญต่อการเคลื่อนไหวและการประเมินความปลอดภัยของแมว หากแมวไม่มีหนวดพวกมันก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวหรือปกป้องตัวเองจากสถานการณ์อันตรายได้