ไรหูในแมว

Published by admin on

ไรหูในแมว (Otodectis cynotis) จัดเป็นสิ่งมีชีวิต ในกลุ่มไรที่มักก่อความรำคาญให้กับแมว โดยเฉพาะแมว ที่ไม่ได้รับการป้องกันอย่างสม่ำเสมอ และแมวที่ภูมิคุ้มกันต่ำ โดยเฉพาะในแมวเด็ก ที่มักพบว่า ลูกแมวจะมีพร้อมกับอาการคันหู เอาขาเกา สะบัคหู เป็นต้น แต่ความอันตรายก็คือ ลูกแมวอาจเกาจนเกิดแผลรุนแรง เช่น บริเวณข้างแก้ม หรือเกาไปถูกตา และกระจกตาเป็นแผล หรืออาจสะบัดหูจนกลายเป็นห้อเลือด โชคดีที่เจ้าตัวไรไม่ได้ติดคน จึงไม่มีความน่ากลัวใดๆ

อาการของโรค

  • คันมากบริเวณหู คอหรือแก้ม
  • อาจพบอาการคันทั่วตัว หากเกิดอาการแพ้ได้
  • เกาอย่างรุนแรง หรือสะบัดหัว
  • สะเก็ดแผลตามใบหน้า คอ หลังและหาง
  • ขี้หูสีดำ หรือน้ำตาลเข้ม อาจพบเม็ดสีขาวๆเคลื่อนที่ได้ นั่นคือตัวไร

การวินิจฉัยโรค

เจ้าของต้องอธิบายถึงเวลาที่แมวเริ่มแสดงอาการเป็นอันดันแรก รวมไปถึงการสัมผัสกับสัตว์อื่น ซึ่งมีโอกาสเป็นตัวแพร่เชื้อไรมาสู่น้องแมวได้ โดยเฉพาะการออกไปเที่ยวนอกบ้าน การสู้หรือกัดกัน เป็นต้น แมวอาจถูกตรวจเลือด ปัสสาวะและค่าต่างๆเพื่อยืนยันถึงความแข็งแรง และปลอดภัยจากโรคอื่นแน่นอน การตรวจที่สำคัญคือคือการตรวจผิวหนัง ซึ่งสัตวแพทย์จะทำการเก็บเศษขี้หู ไปตรวจดูผ่านทางกล้องจุลทรรศน์ การพบเชื้อไร เพียง 1 ตัวถือว่าติดโรค เพราะปกติแล้ว ไรในหู จะก่อให้เกิดโรคในแมว หากแมวมีอาการคันมากตามบริเวณอื่น อาจถูกขูดตรวจเพื่อหาไรขี้เรื้อนแห้งหรือการติดเชื้อแบคทีเรียหรือยีสต์ได้

การรักษา

การรักษาไรในหูทำได้ไม่ยาก สามารถใช้ยาหยอดหู ที่มีส่วนผสมของยากำจัดไร ทำการเช็ดหูให้สะอาดทุกวันและหยอดหูตามไป นอกจากนี้ การใช้ยาหยอดหลังในกลุ่ม selamectin หรือ moxidectin จะสามารถกำจัดเชื้อไรที่ไม่ได้อยู่ในหูเสมอไป ออกไปจากร่างกายน้องแมวได้ แต่ต้องทำการหยอด 2 ครั้ง ห่างกัน 2 สัปดาห์ หากพบแผลข้างแก้มหรือตามลำตัวก็ทำแผลไปตามอาการ หรือหากพบแผลที่ตาจากการถูกเล็บข่วนขณะเกา ก็รักษาแผลที่กระจกตาร่วมด้วย เนื่องจากเวลาแมวชอบเอาหางมาใกล้หูเวลานอน จึงควรทำความสะอาดหางเป็นประจำด้วย

การดูแลและจัดการ

หากมีการเลี้ยงแมวหลายตัว แนะนำให้ทำการรักษาให้หมดทุกตัว เพราะมีการติดต่อกันแน่นอน หรือหากมีการนำเข้าแมวตัวใหม่มาจากแหล่งที่ไม่ทราบประวัติแน่ชัด ให้ทำการกักขังแยกเอาไว้ เพื่อให้แมวคุ้นเคยกับบรรยากาศและกักโรคไม่ให้แพร่มาสู่แมวที่เลี้ยงไว้ก่อนหน้า การรักษาค่อนข้างได้ผลดี เพียงแต่เจ้าของต้องมาตามนัดของสัตวแพทย์ และรักษาตามที่สัตวแพทย์กำหนดไว้ ไรไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้นานถ้าไม่ได้อยู่บนตัวสัตว์เลี้ยง ดังนั้นการทำความสะอาดบ้านก็สามารถช่วยควบคุมไรได้เป็นอย่างดี


0 Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *