อาหารที่แมวไม่ควรกิน

Published by admin on

แมวถือเป็นสัตว์เลี้ยงยอดฮิตของใครหลายๆ คน ด้วยนิสัยขี้อ้อน ติดเจ้าของ และเป็นเพื่อนเล่นยามเหงาได้ดี แต่ก่อนที่คุณจะตัดสินใจเลี้ยงแมวอย่างจริงจัง หรือใครที่เป็นมือใหม่หัดเลี้ยงแมว คุณควรศึกษาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง และอาหารที่สามารถช่วยให้มีขนสวยเสียก่อน

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงให้แมวกิน

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง มีดังนี้

  1. อาหารทอด: ไม่ว่าจะเป็นไก่ทอด หมูทอด ลูกชิ้นทอด ต่างก็มีสารปรุงรสซึ่งมีโซเดียมสูง ดังนั้นในระยะยาวอาจทำให้เกิดโรคไตได้ นอกจากนี้ อาหารทอดยังมีไขมันสูง จึงอาจทำให้เกิดภาวะตับอ่อนอักเสบได้
  2. มะเขือเทศสีเขียว (green tomato) และมันฝรั่งดิบ (raw potato): ในผักทั้งสองชนิดนี้มีสารที่ชื่อว่า “ไกลโคอัลคาลอยด์ โซลานีน” (Glycoalkaloid Solanine) ซึ่งอาจทำให้ท้องเสีย อาเจียนได้ (แต่หากเป็นมะเขือเทศที่สุกแล้ว หรือกินในปริมาณที่ไม่มากนักก็ไม่อันตราย)
  3. ลูกอมและหมากฝรั่ง: ที่มีสารไซลิทอล (Xylitol) เป็นส่วนประกอบ ใช้เป็นสารเพิ่มความหวานแทนน้ำตาล หากแมวกินเข้าไป สารนี้จะมีผลกระตุ้นให้เกิดการหลั่งอินซูลินออกมามากเกินไป ทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในกระแสเลือดต่ำ (Hypoglycemia) ตลอดจนเกิดอาการอาเจียน อ่อนแรง ชัก รวมถึงอาจพบภาวะตับวายได้ภายใน 2-3 วัน
  4. ขนมปังที่มียีสต์ (Yeast Dough): หากกินเข้าไปจะทำให้เกิดการสะสมของแก๊สในทางเดินอาหาร ทำให้เกิดอาการปวดท้องรุนแรงได้
  5. อะโวคาโด: อะโวคาโดอาจมีประโยชน์ต่อร่างกายของคน แต่หากแมวกินอะโวคาโดเข้าไป อาจทำให้ท้องเสีย อาเจียนได้
  6. ช็อกโกแลต กาแฟ และโซดา: นอกจากคาเฟอีนในช็อกโกแลตและกาแฟจะมีผลเสียต่อแมวแล้ว สารเมทิลแซนทีน (Methylxanthine) ซึ่งพบได้ในเมล็ดโกโก้ เมล็ดกาแฟ และถั่วบางชนิดที่นำมาสกัดเป็นโซดา ก็มีผลทำให้เกิดอาการอาเจียน ท้องเสีย มีผลต่อระบบทางเดินหายใจ ทำให้หอบ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ตัวสั่น ชัก และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
  7. ตับ: เนื่องจากตับมีวิตามินเอสูงมาก ดังนั้นหากกินมากเกินไปอาจทำให้เกิดภาวะพิษจากวิตามินเอ (Vitamin A Toxicity) ทำให้เกิดกระดูกผิดรูป มีผลต่อการเจริญเติบโตของกระดูกในลูกแมว และอาจรุนแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้
  8. พืชผักบางชนิด เช่น หอมใหญ่ หอมแดง กระเทียม และกุยช่าย: ถ้ากินเข้าไปไม่มาก อาจมีผลให้เกิดการระคายเคืองทางเดินอาหาร ทำให้อาเจียนและท้องเสียได้ แต่ผักกลุ่มนี้มีสารไทโอซัลเฟต (Thiosulphate) หากกินมากเกินไปอาจทำให้เม็ดเลือดแดงแตกและเกิดโลหิตจางตามมาได้
  9. องุ่นและลูกเกด: มีผลให้เกิดไตวายเฉียบพลัน โดยอาการที่พบคือ ไม่มีฉี่ นอกจากนี้อาจพบอาการท้องเสีย อาเจียนร่วมด้วย โดยจะเกิดอาการภายใน 24 ชั่วโมง และมักพบในแมวกลุ่มที่ร่างกายอ่อนแออยู่แล้ว เช่น แมวแก่ หรือมีปัญหาโรคเรื้อรัง
  10. ไข่ดิบ: ไข่ดิบมีผลลดการดูดซึมวิตามินเข้าสู่ร่างกายของแมว จึงอาจมีผลให้ขนไม่สวยเงางามเท่าที่ควร แต่ที่สำคัญคือการกินไข่ดิบอาจทำให้แมวท้องเสียจากเชื้อแบคทีเรียอีโคไล (Escherichia coli: E. coli) ได้
  11. กระดูกหรือก้างปลา: ก้างปลาไม่ใช่ของโปรดสำหรับแมวอย่างที่หลายคนเข้าใจ และอาจก่ออันตรายรุนแรงได้ เช่น ทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณหลอดอาหาร (จากการถูกบาด หรือก้างปลาทิ่มตำ) หากโชคร้ายกว่านั้น ก้างปลาหรือกระดูกติดคอ ทำให้หายใจไม่สะดวกได้ และอาจรุนแรงถึงขั้นไอเป็นเลือดได้
  12. นม: ลูกแมวจะมีเอนไซม์สำหรับย่อยน้ำตาลแลคโตส (Lactose) ในนมวัว แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้นเอนไซม์จะลดลงทำให้ย่อยแลคโตสได้น้อยลง และเกิดปัญหากับทางเดินอาหารได้ เช่น ท้องอืด ท้องเสีย ปวดท้อง เป็นต้น ดังนั้นหากจะให้แมวโตกินนม ก็ควรจะเป็นนมที่ไม่มีแลคโตส นอกจากนี้สำหรับแมวโตแล้วการได้กินน้ำสะอาดจะมีความสำคัญมากกว่าการกินนม
  13. แอลกอฮอล์ (Alcohol): เนื่องจากแมวตัวเล็กกว่าคนมาก ดังนั้นการได้รับแอลกอฮอล์แม้เพียงเล็กน้อยก็เป็นอันตรายได้ โดยจะส่งผลต่อระบบทางเดินอาหาร ทางเดินหายใจ และระบบประสาท เนื่องจากมีผลกดระบบประสาทส่วนกลาง รวมทั้งทำให้เกิดภาวะเลือดเป็นกรด อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งทางเลือกในการบำรุงขน คือการใช้วิตามินสำหรับบำรุงขนโดยเฉพาะ ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ เช่น ยาหยดหลัง (spot on) วิตามินแบบน้ำ (ผสมอาหาร) หรือแบบเม็ด (มีทั้งแบบที่แต่งกลิ่นแต่งรส มีความน่ากินสูง แต่ราคาจะสูงกว่าแบบเม็ดธรรมดา ซึ่งคล้ายกับการป้อนยาทั่วไป) ทั้งนี้อาจปรึกษากับสัตวแพทย์เพื่อการเลือกใช้ที่เหมาะสม

สุดท้าย อย่าลืมหมั่นแปรงขน (โดยเฉพาะแมวขนยาว การแปรงขนเป็นสิ่งสำคัญเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขนพันกัน) และเลือกใช้แชมพูที่เหมาะสม (แชมพูสำหรับแมวโดยเฉพาะ) ก็จะสามารถช่วยให้ขนแมวสวยได้เช่นกัน


0 Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *