อาการดื่มน้้ำและปัสสาวะบ่อยในแมว

Published by admin on

อาการดื่มมากและปัสสาวะมากของแมว มักจะไม่ส่งผลอะไรที่รุนแรงมาก แต่หากน้องแมวของคุณนั้นมีอาการดังกล่าว ก็ควรพาไปหาสัตวแพทย์ เพราะแมวของคุณอาจจะเป็นโรคหรือมีอะไรผิดปกติที่ร้ายแรงได้ และสัตวแพทย์มักต้องการยืนยันว่า น้องแมวของเรานั้นไม่ได้เป็นโรคเกี่ยวกับไตหรือตับ

อาการที่พบ

อาการที่พบบ่อยที่สุดในโรคเลห่านี้ก็คือการมีปัสสาวะเพิ่มขึ้นและดื่มน้ำมากขึ้น และมักจะไม่มีพฤติกรรมอื่นๆ ที่เปลี่ยนแปลง

สาเหตุ

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการดังกล่าวได้ประกอบด้วยความผิดปกติแต่กำเนิดเช่นเบาหวาน, ต่อมหมวกไตผลิตสเตียรอยด์ออกมาน้อยลงและโรคทางจิตที่พบได้น้อย และโรคที่เกี่ยวข้องกับภาวะไตวายซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติแต่กำเนิดหรืออาจเกี่ยวข้องกับเนื้องอก การผลิตสเตียรอยด์ที่เพิ่มขึ้น การมีระดับไทรอยด์ฮอร์โมนสูงขึ้น และความผิดปกติของเกลือแร่หรือฮอร์โมนเป็นต้น

ปัจจัยอื่นๆ ที่อาจส่งผลให้เกิดอาการดังกล่าวเช่นการรับประทานอาหารที่มีโปรตีนต่ำ มีการรับประทานยาขับปัสสาวะ และอายุ โดยยิ่งแมวมีอายุน้อยและซนมากเท่าไหร่ ก็มักจะดื่มน้ำและปัสสาวะบ่อยมากขึ้นเท่านั้น

การวินิจฉัย

สัตวแพทย์จะทำการตรวจร่างกายแมวของคุณเพื่อดูระดับความกระหายน้ำและการปัสสาวะโดยการวัดปริมาณน้ำที่รับประทานและปัสสาวะที่ออกมา และเทียบกับค่าปกติ เพื่อให้แน่ใจว่าอาการดังกล่าวนั้นไม่ได้เป็นสัญญาณของโรคอื่นๆ ที่ร้ายแรง

นอกจากนั้นยังอาจจะมีการตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะและเอกซเรย์เพื่อช่วยยืนยันว่าไม่ได้เกิดจากโรคไต ต่อมหมวกไต และโรคทางระบบสืบพันธุ์

หากมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วยนอกเหนือจากนี้ สัตวแพทย์จะทำการซักประวัติและนำมาพิจารณาเพื่อให้การวินิจฉัยให้ถูกต้อง

การรักษา

แมวที่มีอาการนี้มักจะไม่ต้องนอนรักษาในโรงพยาบาล สิ่งที่ต้องเป็นกังวลคือการมีอาการไตวายหรือตับวายนั้นอาจจะทำให้เกิดอาการเหล่านี้ได้ หากสามารถยืนยันได้แล้วว่าไม่ได้เกิดจากโรคนี้และไม่มีโรคอื่นๆ ที่เป็นอันตรายและเกี่ยวข้องกับภาวะเหล่านี้ ก็ไม่จำเป็นต้องให้การรักษาหรือปรับพฤติกรรม

สัตวแพทย์อาจแนะนำให้มีการจำกัดปริมาณน้ำในขณะที่คุณต้องสังเกตว่าแมวของคุณยังคงได้รับน้ำในปริมาณที่เพียงพอ ซึ่งจำเป็นต้องตรวจระดับความชุ่มชื้นของร่างกายเสมอเพราะการขาดน้ำนั้นอาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้

การดูแลและการจัดการหลังการรักษา

ให้สังเกตและเปรียบเทียบอาการกับอาการที่เคยเป็นและก่อนหน้าที่จะเป็น

การป้องกัน

ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีที่สามารถป้องกันไม่ได้ให้เกิดอาการนี้ได้

ทุกท่านคงรู้ว่ามันเกิดจากอะไรและวิธีดูแลกันแล้ว ยังไงน้องแมวของเรานั้นอาจจะมีโรคและอาการให้ท่านได้ปวดหัวกัน แต่ยังไงเขาก็เป็นครอบครัวของเรา ยังไงก็ต้องดูแลเขาให้ดีที่สุด



0 Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *